5 สิ่งที่ควรรู้สำหรับคนที่จะเลือกเรียนสถาปัตย์ หลายคนคงจะต้องเคยเจอคำถาม

5 สิ่งที่ควรรู้สำหรับคนที่จะเลือกเรียนสถาปัตย์

5 สิ่งที่ควรรู้สำหรับคนที่จะเลือกเรียนสถาปัตย์

5 สิ่งที่ควรรู้สำหรับคนที่จะเลือกเรียนสถาปัตย์ ในช่วงวัยเรียนมัธยมเชื่อว่าหลายคนคงจะต้องเคยเจอคำถามที่ต้องคิดหนักยคนคงจะต้องเคยเจอคำถาม 

คำถามนี้เป็นทั้งแรงกดดันทำให้หลายคนเริ่มต้นการค้นหาตัวเอง หาข้อมูลต่างๆประกอบการเตรียมตัวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ตนเองสนใจ.
“ คณะสถาปัตย์ ” ก็เป็นหนึ่งในหลายคณะที่น้องมัธยมปลายสนใจเข้าศึกษาต่อ แต่คนที่จะเรียนคณะนี้
การเตรียมตัวสอบจะต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วงการเรียนสถาปัตยกรรมมาดูกันเลยค่ะ

1. สถาปัตย์ไม่ได้เรียนวาดรูปอย่างเดียว

หากใครคิดว่าเรียนสถาปัตย์นั้น เรียนวาดรูปอย่างเดียวขอให้ปรับความคิดเสียใหม่ค่ะ.
เพราะสถาปัตย์เป็นการออกแบบที่ใช้ทักษะทั้งศาสตร์ (ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการวางผัง การศึกษาพฤติกรรมมนุษย์
กฎหมายอาคาร การคำนวณโครงสร้าง ทฤษฎีการออกแบบ) และศิลป์ (ใช้ทักษะการวาดทัศนียภาพเพื่อแสดงบรรยาการรูปลักษณ์ของอาคารที่ออกแบบ
เขียนภาพไอโซเมตริก เขียนแบบทางสถาปัตย์)  ดังนั้นการออกแบบสถาปัตยกรรมต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ
และการวาดรูปเป็นเพียงการแสดงภาพสิ่งที่เราออกแบบให้คนอื่นเห็นภาพเข้าใจตรงกัน

2 เรียนสายวิทย์-คณิต ทำให้การเรียนสถาปัตย์ในมหาวิทยาลัยง่ายขึ้น

ส่วนใหญ่แล้วการสอบคัดเลือกเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
มักจะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครว่าต้องเรียนจบสายวิทย์-คณิต เท่านั้น ( แต่ไม่ใช่ทุกที่ )
เพราะหลักสูตร5 ปีของคณะนี้ เราจะต้องเรียนวิชาmachanic หรือวิชาฟิสิกส์ คำนวณโครงสร้างคอนกรีต
ที่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการคำนวณ และการใช้สูตรทางฟิสิกส์ ที่เคยเรียนตอนมัธยมปลาย มาใช้เรียนต่อในเนื้อหาที่เฉพาะทางมากขึ้น
หากคนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์-คณิตมา ก็จะรู้สึกว่าไม่เข้าใจ เรียนตามเพื่อนไม่ทัน
.
หากน้องมัธยมต้น อยากจะเข้าเรียนทางสายนี้ เมื่อขึ้นมัธยมปลาย แนะนำให้เลือกเรียนสายวิทย์-คณิต
ก็จะทำให้ทีโอกาสในการเลือกสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะนี้ได้มากขึ้น

3.ความสามารถทางภาษาอังกฤษทำให้เข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าคนอื่น

ในการเรียนสถาปัตย์ การหาศึกษาตัวอย่างงานเพื่อเป็นไอเดียสำหรับการออกแบบอาคารจาก
งานของสถาปนิกในต่างประเทศ  ข้อมูลที่อธิบายเกี่ยวกับแนวคิดการออกแบบ การจัดการอาคาร การเลือกใช้วัสดุ
ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ มีอาคารของสถาปนิกคนดังหลายคนถูกนำมา วิเคราะห์และอธิบายโดยนักเรียนสถาปัตย์ต่างประเทศ
.
ซึ่งเราสามารถศึกษาข้อมูลเหล่านี้ได้ผ่านเวปไซต์และหนังสือเกี่ยวกับการออกแบบบอาคารต่างๆ
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนถูกเขียนไว้เป็นภาษาอังกฤษ หากน้องๆคนไหนที่มีความสามารถในการอ่านเขียนและเข้าใจภาษาอังกฤษ
ก็จะมีโอกาสในการศึกษาข้อมูลอาคารต่างๆได้มาก และนำแนวคิดเหล่านั้นมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบของตนเอง
ทำให้สามารถแตกแขนงไอเดียการออกแบบของตนเองได้อย่างไม่จำกัด และจะไม่มีคำพูดว่า “คิดแบบไม่ออก”อีกต่อไป

ดังนั้นความสามารถทางภาษาช่วยต่อยอดความรู้. ไอเดียใหม่ๆให้เราได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด.

4.วาดรูปไม่สวยไม่ได้หมายความว่าเรียนสถาปัตย์ไม่ได้

เรียนสถาปัตย์ไม่จำเป็นต้องวาดรูปสวย เพียงแต่เข้าใจหลักการวิธีการวาด เพื่อแสดงแบบอาคารที่เราออกแบบให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย.
เราต้องรู้ว่าวิธีการวาดแบบแบบไหนเหมาะสำหรับ อธิบายรูปแต่ละแบบอย่างไร เช่น การเขียนภาพทัศนียภาพ
เพื่อให้คนดูเห็นภาพบรรยากาศภายนอก ภายในของอาคารว่าให้ความรู้สึกอย่างไร. การวาดเขียนแบบผังอาคาร
เพื่ออธิบายขนาดของพื้นที่ การจัดพื้นที่ใช้งาน บอกระยะต่างๆภายในห้องหรืออาคารนั้นอย่างชัดเจน.
การเขียนภาพไอโซเมตริก เป็นการอธิบายงานออกมาเป็นภาพ 3 มิติ ให้เข้าใจขนาดกว้าง ยาวและสูงของอาคารนั้น

ดังนั้นทักษะการวาดเป็นเพียงการจับคู่ระหว่างวิธีการวาดให้ตรงกับความต้องการแสดงแบบให้คนที่ดูภาพเข้าใจมิติต่างๆของอาคาร.
หากเราเลือกวิธีการวาดได้ดี และทำให้คนดูภาพของเราแล้วเข้าใจ.
การวาดรูปสวยจึงไม่สำคัญเท่ากับการเลือกการแสดงแบบให้ตรงกับความต้องการของเรา
และในยุคนี้ก็นิยมใช้คอมพิวเตอร์ในการทำภาพ 3 มิติ ให้เหมือนของจริงมากขึ้น
คุณภาพงานที่ทำออกมาของแต่ละคนจึงไม่ต่างกันมากนัก

5.เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มเรียนติวสถาปัตย์เพิ่มเติมอย่างจริงจัง

เมื่อเราตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านสถาปัตย์แล้ว
การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเรียนเสริมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เริ่มจากการลองหาตัวอย่างข้อสอบย้อนหลัง มาลองทำดูเราจะรู้ว่าเนื้อหาที่ต้องอ่าน
.
ศึกษาทำความเข้าใจเพื่อใช้สอบมีเรื่องอะไรบ้าง ข้อสอบวาดรูปหน้าตาประมาณไหน และจะต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับวาดอะไรบ้าง
จะต้องใช้เวลาในการทำข้อสอบเฉลี่ยข้อละกี่นาที ถึงจะทำข้อสอบได้ทัน
.
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ให้น้องๆลองทำแบบฝึกหัดทั้งทฤษฎีและแบบฝึกหัดวาดดู
เราจะเริ่มรู้ว่ามีบางส่วนของข้อสอบที่เราไม่เข้าใจหรือวาดไม่ได้ นี่คือสิ่งที่น้องๆจะต้องไปหาข้อมูลทำความเข้าใจและฝึกวาดเพิ่มเติม.
อาจจะหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แล้วฝึกทำด้วยตนเอง หรือเข้าไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม
.
ทั้ง 2 อย่างนี้แนะนำว่าควรทำควบคู่กันไป เพราะอย่างน้อย การเรียนด้วยตนเองทำให้เรารู้ว่าเราเข้าใจเรื่องที่ฝึกทำมากน้อย แค่ไหน
และการเรียนพิเศษ เป็นการรีเช็คความเข้าใจ ของเราว่าที่ศึกษามาเองนั้น เข้าใจถูกต้องหรือไม่ ให้ถามครูสอนพิเศษ
ครูจะได้ช่วยอธิบายในสิ่งที่เราไม่เข้าใจหรือทำไม่ได้ให้กระจ่างขึ้น รับออกแบบบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *