ใครเป็นใคร ในทีมงานออกแบบก่อสร้างบ้าน วิชาชีพนั้นทำอะไรตรงไหน

ใครเป็นใคร

ใครเป็นใคร

ใครเป็นใคร ในทีมงานออกแบบก่อสร้างบ้าน วิชาชีพนั้นทำอะไรตรงไหน ทำไมบางคนจ้างสถาปนิก ทำไมบางคนจ้างวิศวกร บางคนต้องจ้างทั้งคู่

จะสร้างบ้านสักหลังต้องเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ใครออกแบบ สถาปนิก หรือทั้งสถาปนิกและวิศวกร ทำไมบางคนจ้างสถาปนิก ทำไมบางคนจ้างวิศวกร บางคนต้องจ้างทั้งคู่ หรือบ้างก็จ้างนักออกแบบตกแต่งภายใน สถาปนิกออกแบบบ้าน วิศวกรก็ออกแบบบ้าน แล้วทั้งสองฝ่ายต่างมีบทบาทต่างกันอย่างไร หลายๆ คนอาจเคยได้ยินประเด็นที่คลุมเครือเหล่านี้ไม่มากก็น้อย มาดูกันว่าแต่ละวิชาชีพนั้นทำอะไรตรงไหนของบ้านกันบ้าง

การออกแบบและก่อสร้างบ้านหรืออาคารประเภทอื่นๆ เป็นการทำงานร่วมกันของหลายวิชาชีพ โดยจะต้องใช้มากหรือน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับขนาด และรายละเอียดความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก เนื่องจากเจ้าของบ้านแต่ละคนย่อมมีความคาดหวังกับบ้านของตนแตกต่างกันไป

วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบก่อสร้างบ้านนั้นมี 2 วิชาชีพหลัก คือ สถาปนิก และวิศวกร แต่ใน 2 วิชาชีพนี้มีการแตกสาขาแยกย่อยออกไปตามแต่ขอบข่ายความเชี่ยวชาญ และสาขาวิชาที่ได้ร่ำเรียนกันมา ทำงานในส่วนต่างๆ ซึ่งประกอบขึ้นมาเป็นบ้านในฝันของเจ้าของบ้านตามรายละเอียดเนื้องานที่แตกต่างกันไป

1.  สถาปนิก (architect) คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ออกแบบบ้านในด้านความสวยงาม เพื่อให้มีพื้นที่ และประโยชน์ใช้สอยตามความต้องการของเจ้าของบ้าน คิดคำนึงถึงลมฟ้าอากาศ สิ่งแวดล้อมของบ้านนั้นๆ โดยประสานงานกับวิชาชีพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างบ้าน งานของสถาปนิกยังรวมไปถึง การขออนุญาตก่อสร้าง และติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้คำแนะนำกับเจ้าของบ้านในขั้นตอนต่างๆ ของการสร้างบ้าน การตรวจสอบงานก่อสร้างให้เป็นไปตามที่ออกแบบ ซึ่งขอบเขตของงาน (scope of work) จะแตกต่างกันไปตามแต่ตกลงกับเจ้าของบ้าน

2.  นักออกแบบตกแต่งภายใน บ้างก็เรียก interior architect, interior designer หรือ มัณฑนากร มีหน้าที่ออกแบบงานภายในของบ้าน เช่น การเลือกเฟอร์นิเจอร์ built-in ชุดครัว โคมไฟ สุขภัณฑ์ ให้คำแนะนำเรื่องของตกแต่งต่างๆ งานตกแต่งภายในถือเป็นงานที่มีความสำคัญไม่แพ้งานออกแบบตัวบ้าน เพราะงานตกแต่งภายในเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวกับเจ้าของบ้านที่สุดและเป็นงานที่มีมูลค่าสูง จึงมักจะมีการจ้างในงานสร้างบ้านที่มีงบประมาณสูงเท่านั้น

3.  ภูมิสถาปนิก (Landscape architect) คือนักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดสวน และมีความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ สำหรับบ้านที่มีพื้นที่ภายนอกขนาดใหญ่ ที่ต้องการงานสวนรอบบ้านที่มีคุณภาพ ควรมีการใช้บริการภูมิสถาปนิกซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องภูมิสถาปัตยกรรมมาโดยตรง ซึ่งจะทำงานนี้ได้ดีกว่าสถาปนิกทั่วไป แต่ก็เช่นเดียวกับงานออกแบบตกแต่งภายใน บ้านเล็กๆ ทั่วไปก็อาจจะไม่มีการว่าจ้างภูมิสถาปนิก

4.  วิศวกรโครงสร้าง (Structural engineer) คือวิศวกรที่ทำหน้าที่ออกแบบโครงสร้างให้แข็งแรง และก่อสร้างได้จริง ตามที่สถาปนิกออกแบบ ยกตัวอย่างเช่น หากสถาปนิกออกแบบให้มีเสาบ้านขนาด 20 x 20 ซม วิศวกรโครงสร้างก็จะออกแบบการเสริมเหล็กภายในเสานั้นให้แข็งแรงเพียงพอ หรือหากทำการคิดคำนวณแล้วต้องใช้เสาที่มีขนาดใหญ่กว่า ก็ต้องทำการประสานงานกับสถาปนิกให้เปลี่ยนขนาดเสา ซึ่งก็จะส่งผลต่อขนาดพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านต่อไป วิศวกรรมโครงสร้างถือเป็นแขนงแยกย่อยของสาขาวิศวกรรมโยธา (civil engineer) ซึ่งวิศวกรรมโยธาครอบคลุมไปถึงวิศวกรที่ควบคุมงานก่อสร้างอาคาร ควบคุมงานก่อสร้างประเภทอื่น เช่นสะพาน ถนน เขื่อน ในบางครั้งจึงมีการเรียกวิศวกรโครงสร้างว่าวิศวกรโยธา

 

5.  วิศวกรไฟฟ้า(electrical engineer) มีหน้าที่ออกแบบระบบไฟฟ้าทั้งเรื่องกำลังไฟให้พอกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ระบบแสงสว่าง และระบบไฟฟ้าฉุกเฉิน ระบบล่อฟ้า ระบบโทรศัพท์ โทรทัศน์วงจรปิด ระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบการผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ ตามแต่ความต้องการของบ้านที่ออกแบบ

 

6.  วิศวกรเครื่องกล (mechanical engineer) มีหน้าที่ออกแบบระบบปรับอากาศ ระบายอากาศ ระบบดับเพลิง ลิฟท์ บันไดเลื่อน จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสมัยใหม่มากมายที่สามารถนำมาใช้ในบ้าน วิศวกรเครื่องกลมีหน้าที่ออกแบบจัดระบบกลไกต่างๆภายในบ้านให้เข้ากันได้กับอุปกรณ์นั้นๆ หรือแม้กระทั่งให้คำปรึกษากับเจ้าของบ้านในการเลือกอุปกรณ์เหล่านี้จากผู้ขายรายต่างๆ

7.   วิศวกรสุขาภิบาล หรือวิศวกรสิ่งแวดล้อม (environmental engineer) มีหน้าที่ออกแบบระบบประปา ระบบการระบายน้ำเสีย และของเสีย การระบายน้ำฝน ระบบรดน้ำต้นไม้ ระบบดับเพลิง และระบบที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม  ออกแบบบ้าน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *